-
July 20th, 2010Uncategorizedidentiflying relation ship เพราะมี week entitie ถึงเกิด identiflying relation ship ทันที
-
July 13th, 2010Uncategorizedmany to many one by one คนละ5 case ส่งวันจันทร์ก่อน 9 โมงตรง
การบ้าน ใน slide วาดด้วยมือ ใชข้ดินสอ
Business Loan << Entity Relationship เป็นอย่างไร
relation = ตารางหรือ ฐานข้อมูล
การแตก many to many ให้เป็น one to many
relation ship เป้น สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
primary key = คีย์หลัก Unique
none key = ตัวที่ไม่ Unique
ratio = ส่วนต่าง
Foreign key = มันคือคีย์ที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน (ผู้มาเยือน)(1:m) ต้องยึด many เป็นหลัก(1:1) ข้างไหนมาเกาะก็ได้แล้วแต่โจทย์
(m:m) primary key ของแต่ละฟากมาเกาะ Composit เพื่อที่จะได้เห็น None key (Data) ใหม่ขึ้นมา
เหตุใดถึงไม่มีforeign key เพราะว่ามันเป็น many to many(หรือมันไม่ได้เชื่อมกัน)
-
June 30th, 2010Uncategorizedhttp://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/Consequences-of-Decision-edit.pptx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/Jeremy-Bentham1.pptx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/John-Stuart-Mill.pptx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/Kant.pptx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/Social-Contract-Theory.pptx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/ฮ็อบส์.docx
http://peboom.com/wp-content/uploads/2010/06/Utilitarianism.pptx
-
June 30th, 2010Uncategorized- John Rawls argued that “Justice is fairness”
- He Thought human natural have a appropriate behavior because human has a reason moral and ethic that can understand environmental law and use it to be a guide for live.
- John Rawls เสนอว่า”ยุติธรรมเป็นธรรม”สภาพธรรมชาติดั้งเดิมนั้นมนุษย์มีความพึงพอใจพอประมาณ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผลและมีศีลธรรมสามารถเข้าใจกฎธรรมชาติและใช้ กฎนั้นเป็นแนวทาง
- However human feel that doesn’t have comfortable. When conflicts.
แต่คนก็ยังรู้สึกไม่ดีเมื่อมีปัญหา
- So human has make agreement that depend on life freedom and property that empower to Government.
- มนุษย์จึงได้ตกลงกับอาสาสมัครเพื่อให้ข้อตกลงว่าขึ้นอยู่กับเสรีภาพในชีวิตและทรัพย์สินที่ช่วยให้รัฐบาล
- Citizen can reform or change government if it necessary.
ประชาชนสามารถปฏิรูปหรือเปลี่ยนรัฐบาลถ้าจำเป็นHe want us to imagine what rule we would propose for a society and when you think he want us to standing behind “the veil of ignorance” to make a justice for our society.
- เขาต้องการให้เราคิดว่าเราจะเสนอกฎของสังคมและเมื่อคุณคิดว่าเขาต้องการให้เรายืนหลัง”ม่านของอวิชชา”เพื่อให้ความยุติธรรมในสังคมของเรา
“the veil of ignorance” It’s a concept that observes morality in our society.
“ม่านของของความไม่รู้”เป็นแนวคิดที่สังเกตจริยธรรมในสังคมของเราและในแต่ละ
- Imagine that I place the “veil of ignorance” over your head. This means, you currently do not know your role in society. At least not the one you will be assigned to. Only then, can you truly see the moral issues.
จินตนาการว่าผม วาง “ม่านของความไม่รู้”หัวของคุณ ซึ่งหมายความว่าคุณยังไม่ทราบว่าบทบาทของคุณในสังคม นอกจากคุณจะได้มอบหมายให้ เท่านั้นจากนั้นคุณสามารถเห็นปัญหาศีลธรรมอย่างแท้จริง
Take the popular immigration issue. If you did not know whether you would be an Thai or an illegal alien, you can better see the dilemma of both sides without having the prejudice of one or the other.
ตัวอย่าง
จะออกตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นที่นิยม หากคุณไม่ทราบว่าจะเป็นไทยหรือคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายคุณจะสามารถดูกระอักกระอ่วนทั้งสองได้โดยไม่ต้องอคติของอย่างใดอย่างหนึ่ง- Rawls Believe that people can inequality .
if that increase benefit for everyone as –
Mr. Bill Gates wealthy than other people because Microsoft create computer.
It is useful for everyone . You can Inequality.
if inequality be to everyone’s advantage
Rawls เชื่อว่าคนไม่เท่าเทียมกันได้
หากได้รับประโยชน์กับทุกคน
นาย Bill Gates รวยกว่าคนอื่นเพราะ Microsoft สร้างคอมพิวเตอร์
จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน คุณสามารถไม่เท่าเทียมกัน
ถ้าความไม่เท่าเทียมกันเป็นเพื่อประโยชน์ของทุกคนทฤษฎีสัญญาอย่างเคร่งครัดพูดสังคมไม่เป็นรหัสศีลธรรม แต่เนื่องจากดังนั้นหลายในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเราจะทำในบริบทของกฎหมายและสิทธิที่เราควรเข้าใจว่ารากฐานของกฎหมายและสิทธิที่เป็นระบบของสัญญาที่ได้ทำทั้งโดยนัยหรืออย่างชัดเจนโดยประชาชนที่เลือกได้อย่างอิสระทุก อยู่ในและประโยชน์จากการรวมกั
-
June 29th, 2010Uncategorized -
June 29th, 2010Uncategorized.โธมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes) ฮอบส์ ถือว่า สภาพธรรมชาติ (state of nature) เป็นสิ่งที่สุดจะทน เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชีวิตจึงเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ยากแค้น ชั่วร้าย และอายุสั้น ดังนั้น มนุษย์จึงกระหายที่จะได้รับความปลอดภัย ความสงบ และความมีระเบียบวินัย
มนุษย์จึงยินยอมเสียสละสิทธิตามธรรมชาติของตนให้แก่องค์อธิปัตย์ (กษัตริย์) เพื่อแลกเปลี่ยนความมั่นคงปลอดภัยเป็นการตอบแทน ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะปฏิวัติ แม้ว่าจะไม่พอใจกับวิธีการหรือนโยบายของผู้ปกครอง
2.2.จอห์น ล็อก (John Locke)สภาพธรรมชาติดั้งเดิมนั้นมนุษย์มีความพึงพอใจพอประมาณ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผลและมีศีลธรรมสามารถเข้าใจกฎธรรมชาติและใช้กฎนั้นเป็นแนวทาง แต่อย่างไรก็ตามพวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความสะดวกเมื่อมีปัญหาความขัดแย้งกัน
ดังนั้น มนุษย์จึงได้ตกลงกันด้วยความสมัครใจเป็นเอกฉันท์ในการทำสัญญาตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน มอบอำนาจให้ผู้ปกครอง
ประชาชนอาจปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้เมื่อเห็นว่าจำเป็น
โดยใช้การตัดสินที่ว่า “justic is fairness”“the veil of ignorance”
http://mjsheetram.freeforums.org/2550-t221.html
ส่วนความยุติธรรมตามทรรศนะของจอห์น รอลส์ (John Rawls)
จอห์น รอลส์ นำเสนอทฤษฎีความยุติธรรมทางสังคมไว้ในงานเขียนเรื่อง “ทฤษฎีความยุติธรรม” วึ่งเป็นทฤษฎีที่เน้นความสำคัญของอิสรภาพของบุคคล
จอห์น รอลส์ นำเสนอโดยเริ่มจากการมองความยุติธรรมในฐานะที่เป็นความเที่ยงธรรมหรือความ เที่ยงตรง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากขั้นตอนหรือกระบวนการหาจุดยุติปัญหาที่เที่ยงธรรม ปราศจากอคติส่วนตัวโดยเขาได้จินตนาการถึงมนุษย์ในสถานการณ์ที่ทุกคนอยู่ใน “จุดเริ่มต้นภายใต้ม่านอวิชชา” ซึ่งเขาก็ได้กำหนดให้มนุษย์อยู่ใน “จุดเริ่มต้น” รู้ว่าตนเองเป็นผู้มีเหตุผล มีอิสระ สนใจในผลประโยชน์ของตนเองและต่างมีความเสมอกันพร้อมกันนั้นพวกเขาก็ตระหนัก ว่า พ้นจากฐานะแรกเริ่มอันเสมอกันนั้น มนุษย์ก็มีผลประโยชน์ที่มีทั้งเหมือนและต่างกัน กล่าวคือ รู้ถึงภาวะที่อาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งกันและยังรู้ถึงข้อจำกัดของศีลธรรมและ สติปัญญาของมนุษย์ด้วยกันเอง
พ้นจากนี้ จอห์น รอลส์ ก็ให้พวกเขามืดบอดอยู่ภายใต้ “ม่านแห่งอวิชชา” กล่าวคือ ไม่ทราบถึงสถานะทางสังคมของตนที่ดำรงอยู่ ไม่ทราบถึงความสามารถโดยธรรมชาติ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นคุณความดี ไม่รู้ถึงคุณสมบัติทางจิตวิทยา ไม่รู้ว่าตนอยู่ในสังคมยุคไหน เพียงทราบว่าตนอยู่ภายใต้ “เหตุแวดล้อมความยุติธรรม” ซึ่งหมายความว่า รู้ว่าอยู่ในสังคมที่ยังมีปัญหาเรื่องความยุติธรรมหรือรู้ว่าอยู่ในโลกแห่ง ความจำกัดขาดแคลน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวมาข้างต้น จอห์น รอลส์ เชื่อว่ามนุษย์ตามมโนภาพเช่นนี้จะเป็นผู้ให้คำตอบเกี่ยวกับหลักความยุติธรรม ได้อย่างเที่ยงธรรม แท้จริง เนื่องจากพวกเขาไม่ทราบถึงสถานะหรือตำแหน่งทางสังคมของตน ดังนั้นหากให้มนุษย์ในสถานการณ์นี้มาตกลงทำสัญญาประชาคมร่วมกัน มากำหนดหลักความยุติธรรมทางสังคม โดยธรรมชาติของการนึกถึงประโยชน์ของตนเอง ด้วยเหตุผล แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องคิดสร้างหลักความยุติธรรมอย่างรอบคอบที่สุดหรือ ยุติธรรมอย่างแท้จริง
จากที่ จอห์น รอลส์ นำเสนอไว้ข้างต้น เขาก็สรุปว่าหลักความยุติธรรมที่มนุษย์ในจุดเริ่มต้นจะประกอบด้วยหลักการ สำคัญ 2 ข้อ คือ
1 มนุษย์แต่ละคนจำต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างมากที่สุด ซึ่งเทียบเคียงได้กับเสรีภาพอันคล้ายคลึงกันในบุคคลอื่นๆ
2 ความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมต้องได้รับการจัดระเบียบให้เป็นธรรมทฤษฎี เรื่องความยุติธรรมของ จอห์น รอลส์ นี้มีความเป็นนามธรรมที่ซับซ้อน ยากที่จะทำความเข้าใจ แต่ก็พอฟังได้ว่าเป็นทฤษฎีที่เน้นความสำคัญสูงสุดของเสรีภาพ
ข้อ 2 นิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา (Sociological Jurisprudence) คืออะไร “วิศวกรรมสังคม” (Social Engineering) และ “ข้อคิดต่อนักกฎหมาย” ที่ Roscoe Pound เสนอ มีสาระสำคัญอะไรบ้างจงอธิบาย
http://jeenina.wordpress.com/2008/07/22/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83/
ศาสตราจารย์ John Rawls แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้นำเสนอแนวคิดและกระบวนการจัดทำสัญญาประชาคมที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม สูงสุดในสังคม ในหนังสือ “A Theory of Justice” (พิมพ์ในปี ค.ศ. 1971) โดยศาสตราจารย์ Rawls เสนอว่าการทำสัญญาประชาคม (social contract) ที่เป็นธรรมนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากจุดเริ่มต้น (original position) ที่บุคคลประชุมร่วมกัน เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม คำถามคือทำไมคนที่ประชุมร่วมกันจึงจะมีข้อตกลงกันได้และทำไมข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นธรรม คำตอบคือผู้ที่จะ “เขียนกฎ” จะต้องไม่รู้ว่าตัวเองจะไปเกิดเป็นใคร (veil of ignorance) จนหรือรวย ฉลาดหรือโง่ สูงหรือเตี้ย ฯลฯ อันจะทำให้ผู้เขียนกฎมีความเป็นกลาง เพราะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จากนั้นศาสตราจารย์ Rawls ก็ตั้งสมมติฐานว่ามนุษย์กลัวความเสี่ยง (risk aversion) จึงจะมีฉันทามติว่าพื้นฐานขั้นแรกของความเป็นธรรม คือ ความเท่าเทียมกัน (universal equality as the status quo) และในขั้นที่สอง คือ จะยินยอมให้มีความเหลื่อมล้ำก็ต่อเมื่อความเหลื่อมล้ำดังกล่าวจะเพิ่ม ประโยชน์ให้ทุกคนในสังคม อาทิเช่น ยอมให้บิล เกตส์ ร่ำรวยมากกว่าคนอื่นได้ เพราะเขาคิดค้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ทุกคนในโลกได้ประโยชน์และความกินดีอยู่ดีขึ้น (inequality must be to everyone’s advantage)
ศาสตราจารย์ John Rawls แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้นำเสนอแนวคิดและกระบวนการจัดทำสัญญาประชาคมที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม สูงสุดในสังคม ในหนังสือ “A Theory of Justice” (พิมพ์ในปี ค.ศ. 1971) โดยศาสตราจารย์ Rawls เสนอว่าการทำสัญญาประชาคม (social contract) ที่เป็นธรรมนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากจุดเริ่มต้น (original position) ที่บุคคลประชุมร่วมกัน เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม คำถามคือทำไมคนที่ประชุมร่วมกันจึงจะมีข้อตกลงกันได้และทำไมข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นธรรม คำตอบคือผู้ที่จะ “เขียนกฎ” จะต้องไม่รู้ว่าตัวเองจะไปเกิดเป็นใคร (veil of ignorance) จนหรือรวย ฉลาดหรือโง่ สูงหรือเตี้ย ฯลฯ อันจะทำให้ผู้เขียนกฎมีความเป็นกลาง เพราะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จากนั้นศาสตราจารย์ Rawls ก็ตั้งสมมติฐานว่ามนุษย์กลัวความเสี่ยง (risk aversion) จึงจะมีฉันทามติว่าพื้นฐานขั้นแรกของความเป็นธรรม คือ ความเท่าเทียมกัน (universal equality as the status quo) และในขั้นที่สอง คือ จะยินยอมให้มีความเหลื่อมล้ำก็ต่อเมื่อความเหลื่อมล้ำดังกล่าวจะเพิ่ม ประโยชน์ให้ทุกคนในสังคม อาทิเช่น ยอมให้บิล เกตส์ ร่ำรวยมากกว่าคนอื่นได้ เพราะเขาคิดค้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ทุกคนในโลกได้ประโยชน์และความกินดีอยู่ดีขึ้น (inequality must be to everyone’s advantage)
กล่าวคือ ต้องเริ่มต้นที่ความเท่าเทียมกันก่อน แล้วจึงมาตรวจสอบดูว่าจะยอมให้มีความไม่เท่าเทียมกันได้หรือไม่ (lexicographic ordering) ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าจะเหมาะสมสำหรับประเทศที่ร่ำรวยแล้ว ที่ความต้องการให้จีดีพีขยายตัวสูงน่าจะสำคัญน้อยกว่าความเท่าเทียมกันใน สังคม
การยินยอมให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้น ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าจะนำประโยชน์มาให้กับคนอื่นๆ ในสังคม ซึ่งศาสตราจารย์ Rawls เรียกว่า Difference Principle และเป็นการสะท้อนหลักการพื้นฐานว่าความเป็นธรรมสูงสุดของสังคม จะต้องมาจากการรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้กับคนที่ยากจนที่สุดในสังคม (maximum principle) ดังนั้น หาก นาย ก.นำเสนอโครงการอุตสาหกรรมที่ทำประโยชน์ให้กับคนทุกคนในประเทศมูลค่ารวม 10 ล้านบาท แต่โครงการดังกล่าวทำให้คนเพียง 1 คนต้องสูญเสียที่ทำกิน ซึ่งทำรายได้เพียง 1,000 บาท โครงการดังกล่าวก็จะต้องถูกระงับไป เพราะไม่ได้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับคนทุกคนในสังคม ซึ่งดูจะเข้มงวดเกินไปแต่จะเป็นหลักการของความเป็นธรรม ที่จะเน้นให้มีการดูแลผู้ที่ยากจนมิให้ได้รับผลกระทบ และควรได้รับการชดใช้ความเสียหายอย่างครบถ้วนที่สุด
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2010q1/2010february22p1.htm
http://gotoknow.org/blog/econ4life/99530
http://www.sarakadee.com/feature/2000/09/thomas.htm
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/editor-note/20100531/118267/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3–%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-.html
http://www.onopen.com/thorntu/09-12-10/5179
-
June 21st, 2010UncategorizedBlu Mag WordPress Theme:

Blu Mag is SEO-optimized, ad-ready, WordPress 2.7 compatible with widgetized sidebars and footer.It is a pro theme and is suitable for blogs or websites in any niche.
Read more: http://techblissonline.com/blumag-wordpress-theme/#ixzz0rS2LQcOLiMobile
iMobile is a free WordPress theme with options page. Supports the post thumbnails. Suitable for any niche especially for mobile phones or gadget sites.
Features:
- Options Page
- Post Thumbnails
- Featured Video
- Featured Content
- 125×125 banners ready (easy editable from admin options)
- Two columns
- Gravatar on Comments
- Compatible with latest WordPress versions
- Widgets Ready
- SEO Optimized
- Fixed width
- Logo .PSD file and font files are included in theme folder.
- Tested and compatible with all major browsers: IE, FF, Safari
Admin Options Features:
- Featured Video
- Featured Content
- Logo image
- 125×125 pixels banners
- Sidebar Ads/Banners
- Header and Footer script codes
