แก้ปัญหา Low search volume ใน Google Adwords อย่างไร

สวัสดีครับถ้าเพื่อนใช้ Google Adwords หรือ BingAds ผมคิดว่าเพื่อนๆทุกคนต้องมีปัญหา Low Search Volume นี้กันแน่ๆนะครับ เหตุผลหนึ่งที่เกิดปัญหานี้เพราะว่า Google นั้นเป็น ธุรกิจที่ต้องการผลกำไรที่สูงที่สุดในเงินลงทุนที่ต่ำที่สุด นะครับ

และรายได้หลักของ Google นั้นก็คือเงินที่มาจากการโฆษณาที่เราทุกๆท่านลงเงินไปนั่นแหละครับ โดยที่ยิ่ง Google ใช้ Computer ในการประมวลผลน้อยเท่าไหร่ ก็ทำให้ Google ได้เงินเยอะเท่านั้น โดย keyword ที่เป็นประเภท Longtail keyword หรือ คีย์เวิร์ดที่ ไม่ค่อยมีคน search นั้นทำกำไรได้มากเพราะ ยิ่งคนเสริจคำยาวๆเเล้วแสดงว่าเขาต้องมีความต้องการในการหาทางออกมากนั่นเองครับ

โดยคีย์เวอร์ดพวกนี้เราจะใช้ phrase match, exact match ไม่ได้เพราะว่า Google คิดว่าคำพวกนี้นั้นมันมึคนค้นหาน้อยไม่จำเป็นต้องเสียเวลา Computer ในการประมวลผลและเเสดง โฆษณาใน คำพวกนี้หลอก

หากลูกค้า(เรา)ต้องการที่จะแสดงโฆษณาในคำพวกนี้จริงๆก็ไปใช้ Broadmatch หรือ Broadmatch modified สิ

อย่ามาใช้ exact / phrase หรือ broadmatch modified เจาะๆเลย

เหตุผลที่ Google คิดอย่างนี้เพราะจะดันให้เราไปใช้

ฺbroad match modified หรือ broad match คำที่มันกว้างๆมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น

คำว่า เสื้อผ้าแฟชั่นญี่ปุ่น อยุธยา

ถ้าเราใช้คำนี้ตรงๆใน Google Adwords มันจะบอกว่า Low Search Volume

เพื่อนๆก็ถามว่างั้นทำอย่างไรละเราอยากลงโฆษณาในคำนี้เพราะว่ามันเคยได้ Sale/Conversion

Google (Evil Mode) ก็บอกเราว่างั้นนายต้องใช้คำว่า

+เสื้อผ้า +แฟชั่น  เท่านั้น เพราะมากกว่านั้นมันไม่ขึ้นให้ ให้ขึ้นเป็น low search volume

+เสื้อผ้า +แฟชั่น +ญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ เพราะคนค้นหาน้อยไม่ให้ขึ้น

แต่เรารู้แน่ๆว่ามันต้องขายได้แน่ๆ ถ้าเสริจคำนี้มา  เสื้อผ้าแฟชั่นญี่ปุ่น อยุธยา

เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้ขึ้นได้ก็ต้องใช้ broad match modified เพื่อป้องกันไม่ให้มันขึ้นโฆษณาในคำที่เราไม่ต้องการน้อยที่สุด และหมั่นที่จะมาดู search terms เพื่อ negative คำที่เราไม่ต้องการให้โฆษณาเราขึ้นครับ

 

 

Google Adwords Script (Pause Low Search Volume Keywords)

ตัวนี้น่าใช้ครับเพราะว่าเขาวาง Campaign structure แบบเดียวกับที่ผมทำใน Google Adwords campaign ของผม
โดยที่ปัญหาที่ผมเจอทุกๆ Campaign นั้นก็คือ Low Search Volume ครับเพราะบางคำที่เป็น Low Search Volume นั้นเป็น Longtail keyword ที่ได้มาจาก Broadmatch modified หรือ Phrasematch โดยที่คำดั่งกล่าวนั้นเป็นคำที่ไม่ค่อยมีคน Search เท่าไหร่ทำให้โฆษณาเราไม่ขึ้นถ้าไม่ทำเป็น Broad match หรือ Phrase Match
วิธีแก้ปัญหาคือต้องกลับไปใช้ Broad match , Broad match modified หรือ Phrase Match ครับ
แต่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้เร็วๆได้อย่างไร ใน Comment ของคุณ
 Dimtiris Tzemos ได้เขียนไว้เมื่อ  February 2017
จาก url : https://www.en.advertisercommunity.com/t5/Advanced-Features/Script-to-stop-low-search-volume-keywords/td-p/204792#
Pausing low search volume keywords may have a positive effect on your account performance. Especially if you use campaign-level separation between exact and broad keywords (example: 1 campaign with exacts, 1 campaigns for broads, all exact keywords as negatives to the broad campaign)
Pause คำค้นหาที่เป็น low search volume นั้นอาจจะช่วยให้มีผลลัพท์ที่เป็น + กับ Account performance ของ google adwords ของคุณ โดยเฉพาะคนที่ structure campaign แยกกันระหว่าง Exact match campaign กับ broad match campaign ยกตัวอย่างงเช่น ( 1 campaign ด้วย exact match และ 1 campaign สำหรับ broads โดย คีย์เวอร์ด exact match ใน campaign exact match นั้นจะ negative ใน แคมเปนที่เป็น broad match ด้วย)

You can filter low search volume keywords by using SystemServingStatus variable from KEYWORD_PERFORMANCE_REPORT. See here: https://developers.google.com/adwords/api/docs/appendix/reports/keywords-performance-report

คุณสามารถ filter คำทีเ่ป็น low search volume ออกด้วยการใช้ SystemServingStatus variable จาก KEYWORD_PERFORMANCE_REPORT. ดูจากลิ้งนี้ต่อ https://developers.google.com/adwords/api/docs/appendix/reports/keywords-performance-report
โดยที่ Adwords Script ของคูณจะดูเหมือนแบบนี้นะครับ
Your Adwords script must look like:
var keywords = AdWordsApp.keywords()
                   .withCondition(“SystemServingStatus = ‘RARELY_SERVED'”)
                   .get();

while(keywords.hasNext()) {
var keyword = keywords.next();
keyword.pause();
}

 

หรือลองใช้ Ready to use script จากตัวนี้

AdWords Script to Pause/Remove Low Search Volume Keywords

หรือ ลองอ่านบทความของ PPCHero ต่อได้ที่นี่

https://www.ppchero.com/low-keyword-search-volume-no-problem

ใครที่สนใจอ่าน Google Adwords (Google Ads) Script ต่ออย่าลืม subscribe ได้นะครับเดียวจะลงเทคนิคเพิ่มเรื่อยๆ

Keyword Research Tools ตัวไหนดี

วันนี้เราจะมาแนะนำตัว keyword research tools สุดเด็ดที่ผมใช้มาแชร์ให้เพื่อนๆได้ทดลองใช้กันนะครับ

1 Ahrefs.com

2 Keywordtool.io

3 Kwfinder.com

4 Google Trends

4 ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวที่สุดยอดที่สุดแล้วครับ ตัวอื่นนี่ผมว่า Basic ไปเลย

ไม่ว่าจะเป็นตัวฟรีอย่าง Google Keyword Tools หรือตัวอื่นๆครับ

เรามาดูกันว่าแต่ละตัวทำงานอย่างไรนะครับ

Ahrefs.com ($$$)

ตัวนี้เสียเงินแต่ก็ยังมี 14 Day Trial ให้เราทดลองใช้บริการได้ฟรีๆอยู่น่ะครับ

keywordtool.io

ตัวนี้ฟรีและเสียเงินด้วย แล้วแต่เราเลือกนะครับผมจะใช้ตัวนี้ในการหา longtail keyword เอามาปั่นเว็บไซด์ต่อได้น่ะครบ

kwfinder.com

ตัวนี้เสียเงินแต่ว่ามันเป็นตัวที่ทำให้เราเห็นเทรนของคีย์เวอร์ดนั้นๆด้วย

ถ้าจะให้เลือกระหว่างสี่ตัวนี้หากผมต้องการแค่ทำ keyword research อย่างเดียวไม่ต้องทำ Competitor analysis ด้วยผมจะใช้ตัวนี้ืทำเพราะข้อมูลที่สำคัญๆแสดงออกมาใน table ดูง่ายและ FIlter ได้ชิลๆครับ

Google Trends เป็น Tools ฟรี

ผมเอาไว้ใช้เล่น keyword trends เพราะว่า keyword ชุดใหม่ที่เกิดใหม่ตามเทรนนั้นยังไม่มีคู่แข่งทำให้เว็บไซด์ที่ยังไม่มี Authority (ความน่าเชื่อถือ)ในสายตา Google นั้นติดอันดับได้เช่นเดียวกันครับ

 

SEO Basic – Noindex และ NoFollow คืออะไร

สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Meta robots ในการใช้งาน noindex & nofollow กันน่ะครับ

Meta robots คืออะไร?

อธิบายง่ายๆมันก็คือ คำสั่ง Meta คำสั่งหนึ่งนี่แหละที่เอาไว้ให้บอทอ่าน ว่าหน้าไหนที่เราอยากให้บอททำอะไรบ้าง ใส่ระหว่าง คำสั่ง <head> </head>

ความหมายของ noindex และ nofollow

noindex – บอกบอทว่าไม่ต้องเก็บอินเด็กหน้านี้ เว็บไซด์ในหน้านี้ก็จะเสริจหาไม่เจอใน Google

nofollow – บอกบอทว่าไม่ต้องตามมาที่หน้านี้ไม่ต้อง หาลิ้งต่อไม่ต้องไต่ไปต่อในหน้านี้

noarchive – บอกบอทว่าไม่ต้องเก็บ Cache ในหน้านี้น่ะ

คำสั่งตัวอย่าง

  • <meta name=”robots” content=”noindex” />
  • <meta name=”robots” content=”noindex,nofollow” />
  • <meta name=”robots” content=”index,follow” />
  • <meta name=”robots” content=”index,follow,noarchive” />

แล้วแต่เราเลือกใช้เลยครับ

ถ้าเราต้องการให้ กูเกิ้ลไม่ต้องตามหน้าต่อไปและไม่ต้อง index เว็บไซด์เราด้วยก็ใช้ noindex,nofollow

Category Design คืออะไรทำไมต้องทำ

ผมได้ยิน Concept นี้มาจากคุณ ป๊อป: Co Founder Getlinks  สรุป Concept ง่ายๆคือคือการสร้างเป็น อันดับหนึ่งใน ตลาดที่แข่งขันสูงมากๆด้วยการสร้างหมวดย่อยครับ 🙂

โดยที่คุณป๊อปแนะนำหนังสือเรื่อง Play Bigger! :   เพื่อนๆสามารถหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมได้

ไปดูวีดีโอกันเลยครับว่า Category Design คืออะไร

[youtube id=”6OBoG4PHe88″]

เรียน SEO เบื้องต้น

เรียน SEO เบื้องต้นกับผมนะครับด้วยคลิปวีดีโอ คลิ๊กตามได้เลยครับ

วิธีการทำ SEO เบื้องต้น

[youtube id=”-FAywEr4sjc”]

On page SEO คืออะไร ทำอย่างไร

[youtube id=”XkXknf5Xu4A”]

Off page SEO คืออะไร ทำอย่างไร

[youtube id=”NgPvCsxOeWc”]

FREE SEO Webinar by Kanawut

สวัสดีครับวันนี้ผมเปิด  สัมนาออนไลน์เกี่ยวกับ SEO วันเสาร์ที่ 25 ที่ใกล้จะถึงนี้เวลา 3ทุ่มตรงนะครับ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ลองเข้ามาฟังดูกันนะครับ

ลงทะเบียนเรียนฟรี ตรงนี้เลย👉 http://bit.ly/2mHchcR

ดูย้อนหลัง

Download Slide คลิ๊กที่นี่

 

BASIC SEO – เพิ่มความเร็ว Page Speed ง่ายๆด้วย GTMetrix

สวัสดีครับวันนี้ ผมจะสอนเทคนิคในการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ ให้ถูกใจ Google นะครับ

เรารู้กันอยู่แล้วว่า Page Speed ของเว็บไซด์ นั่นเป็นส่วนหนึ่งใน Factor ที่ Google ให้ความสำคัญกับการทำอันดับ หากเราทำเว็บไซต์ของเราให้ดาวน์โหลด เร็ว จะทำให้กูเกิล คิดว่า Website เรามีคุณภาพ โดยเพื่อนๆที่ใช้เว็บสำเร็จรูป อย่างเช่น WordPress นั้น จะมีปลั๊กอินให้ใช้ในการ Automate ขั้นตอนต่างๆให้ง่ายขึ้น

สำหรับผมนั้นเวลาที่ผมจะเช็คความเร็วผมว่าจะใช้เว็บไซต์ GTMetrix โดยที่มันจะบอกรีพอร์ตมาเลยว่า ส่วนไหนที่จะต้องแก้ไข รูปไหนที่ควรจะ Resize ทำให้ การทำงานง่ายขึ้นเยอะครับ

คุณทำงานในตำแหน่ง บริหาร คุณสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ง่ายมาก โดยที่ส่งรีพอร์ต GTMetrix ไปให้ คนเขียนโปรแกรมออกมา ตรงกับ ความต้องการครับ

ที่ที่เช็คซึ่งก็มีข้อดี มันเทสทั้ง Google และ Yahoo ให้เลย และ Yahoo นั้นตอนนี้ใช้ Alogorithm ตัวเดียวกันกับ Bing คือถ้าติด Yahoo ก็คิด Bing เหมือนกัน

สำหรับ Plugins เว็บไซต์ที่ใช้ WordPress นั้น

ผมแนะนำ

1. WP Fastest Cache
2. Cache Enabler
3. WP Super Cache
4. W3 Total Cache
5. WP Super Minify
6. Better WordPress Minify

เว็บไซด์เอาไว้ Test Page Speed

  1. GTMetrix.com